5.17.2559

แปลเพลง きっかけ

きっかけ
(เนื้อเพลงยังไม่official 100%)
(Lyrics from http://blog.livedoor.jp/akbg_kashi/archives/59624946.html)

交差点の途中で不安になる
ฉันเริ่มกังวลใจเมื่อเดินมาถึงกลางสี่แยก

あの信号いつまで青い色なんだろう
ว่าไฟเขียวจะอยู่อีกนานถึงเมื่อไหร่

不意に点滅し始め 急かすのかな
อีกไม่นานไฟเขียวก็จะหมดลง ต้องรีบสักหน่อยแล้ว

いつの間にか 少し早歩きになってた
ขาของฉันก็เริ่มก้าวเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว


自分の意志 関係ないように
ฉันแสร้งทำเป็นว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับความตั้งใจของฉันเอง

誰も彼もみんな 一斉に走り出す
ใครๆหลายคนต่างเริ่มออกวิ่งพร้อมกัน

何に追われ 焦るのかと笑う
การเห็นพวกเขารีบเร่งราวกับถูกบางอย่างไล่ตามทำให้ฉันหัวเราะออกมา

客観的に見てる私が嫌いだ
แต่ฉันก็เกลียดตัวเองที่ทำเป็นไม่ใช่เรื่องของฉันเช่นกัน


決心のきっかけは 理屈ではなくて
เหตุผลที่ตัดสินใจไม่ได้เกี่ยวกับทฤษฎีใดๆทั้งสิ้น

いつだってこの胸の衝動から始まる
แต่เริ่มต้นจากแรงกระตุ้นข้างในอกนี้

流されてしまうこと 抵抗しながら
ฝืนต้านทานแรงผลักดันของกระแสสังคม

生きるとは選択肢 たった一つを選ぶこと
ชีวิตก็คือตัวเลือก ที่สามารถเลือกได้แค่ข้อเดียวเท่านั้น


横断歩道渡って いつも思う
ฉันมักจะคิดทุกครั้งที่เดินข้ามทางม้าลาย

こんな風に心に 信号があれば良い
ถ้าหากว่าในใจมีสัญญาณไฟจราจรก็คงจะดี

進みなさい それから止まりなさい
ตรงนั้นผ่านไปได้ แล้วก็ต้องหยุดตรงนี้

それがルールならば 悩まずに行けるけれど
ถ้ามีกฏเกณฑ์เหล่านี้มากำหนด คงจะก้าวไปได้อย่างไร้กังวล


誰かの指示 待ち続けたくない
แต่ก็ไม่อยากจะหยุดรอเพราะคำสั่งของใครบางคน

走りたいときに 自分で踏み出せる
เมื่อคิดอยากจะวิ่ง ก็อยากจะสามารถก้าวเท้าได้ด้วยตัวของเราเอง

強い意志を持った人でいたい
อยากจะเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งแน่วแน่

もう一人の明日の私を探そう
ฉันจะค้นหาตัวเองอีกคนหนึ่งในวันพรุ่งนี้


決心のきっかけは 時間切れじゃなくて
เหตุผลที่ตัดสินใจ ไม่ใช่เพราะหมดเวลาแต่อย่างใด

考えたその上で 未来を信じること
แต่เมื่อคิดดูแล้ว มันเป็นเพราะเชื่อมั่นในอนาคต

後悔はしたくない 思ったそのまま
เพียงแค่คิดว่าไม่อยากจะเสียใจในภายหลัง

正解は分からない たった一度の人生だ
ไม่รู้คำตอบที่ถูกต้องคืออะไร ก็ชีวิตมันมีแค่ครั้งเดียว


ほら 人混みの誰かが走り出す
ดูนั่น ในฝูงชนมีคนที่เริ่มออกตัววิ่ง

つられたみたいに みんなが走り出す
ทุกคนเริ่มวิ่งราวกับถูกล่อลวง

自分のこと 自分で決められず
ฉันกลับไม่สามารถตัดสินใจเรื่องตัวเองได้

背中を押すもの欲しいんだ きっかけ
อยากให้มีใครมาคอยดันแผ่นหลังของฉัน นั่นคือเหตุผล..


決心のきっかけは 理屈ではなくて
เหตุผลที่ตัดสินใจไม่ได้เกี่ยวกับทฤษฎีใดๆทั้งสิ้น

いつだってこの胸の衝動から始まる
แต่เริ่มต้นจากแรงกระตุ้นข้างในอกนี้

流されてしまうこと 抵抗しながら
ฝืนต้านทานแรงผลักดันของกระแสสังคม

生きるとは選択肢 たった一つを選ぶこと
ชีวิตก็คือตัวเลือก ที่สามารถเลือกได้แค่ข้อเดียวเท่านั้น

決心は自分から 思ったそのまま 生きよう

ฉันตัดสินใจเลือกจะใช้ชีวิตในแบบที่ฉันคิดไว้อย่างนี้

4.10.2559

แปลบทสัมภาษณ์ สุไกยูกะ x ฮาบุมิซุโฮะ






คู่หู สุไก&ฮาบุ สองสาวผู้รับหน้าที่พี่สาวแสนสวยแห่งวงเคยากิซากะ46 ปกติทั้งคู่ไปไหนมาไหนก็จะตัวติดกันตลอด แม้แต่เวลาส่วนตัวก็ยังไปเที่ยวด้วยกัน ความสัมพันธ์ที่คาดไม่ถึงของทั้งคู่จะถูกเปิดเผยแล้วหรือไม่!? และทั้งสองจะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเองในฐานะสมาชิกในวงด้วย


MC : ปกติเรียกชื่อกันอย่างไร?
ฮาบุ : เรียก "ยุกก้า" ค่ะ เพราะเหมือนเจ้าตัวอยากจะให้เรียกแบบนั้น
สุไก : แต่เพื่อนสมาชิกคนอื่นกลับเรียก "สุไกจัง" “สุไกซามะ" ตลอดเลยค่ะ อยากให้เรียกว่า "ยุกก้า" นะคะ

MC : แล้วเพื่อนๆมัธยมเรียกคุณว่า "ยุกก้า" หรือเปล่า?
สุไก : ไม่มีใครเรียกแบบนั้นเลยค่ะ (เศร้า)
ฮาบุ : ฮะฮะฮะ ฉันก็ถูกเพื่อนๆเรียกว่า "ฮาบุจัง" นะคะ
สุไก : แต่อยากให้เรียกว่า "มิซู" ใช่มั้ยล่ะ
ฮาบุ : อื้ม เพราะถูกเรียกอย่างนั้นมาตั้งแต่ที่โรงเรียน พอถูกเรียกว่าฮาบุจังก็รู้สึกแปลกๆ
สุไก : แต่เรียกว่า "ฮาบุจัง" ก็ง่ายดีเหมือนกันน้า 555

MC : ได้ยินมาว่าทั้งคู่เป็นคู่หูที่สนิทกันมากๆ
ฮาบุ : ตอนนั่งรถไปทำงาน ยุกก้าจะมานั่งข้างฉันตลอดค่ะ
สุไก : ฮิฮิ ก็สบายใจดี
ฮาบุ : คนอื่นก็เริ่มรู้ตัวเหมือนกัน เลยจะเว้นที่นั่งข้างๆฉันไว้ให้ตลอดเลยค่ะ

MC : เป็นที่นั่งสำหรับสุไกซังเท่านั้นสินะครับ
สุไก : มีครั้งนึงที่โอเซกิมานั่งข้างฮาบุจังเฉยเลย ฉันก็รู้สึกเอ๋!!ขึ้นมาค่ะ
ฮาบุ : รู้สึกอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ น่ารักจัง
สุไก : ช่วยไม่ได้เลยต้องไปนั่งข้างหลังแทน ทั้งที่จริง...
ฮาบุ : จริงด้วยสินะ ตอนนั้นถึงดูไม่ร่าเริงเลย

MC : พอฟังๆดูแล้วเหมือนสุไกซังจะคิดจริงจังกับฮาบุซังอยู่เหมือนกันนะ
สุไก : หืมมม เรื่องแบบนั้น..
ฮาบุ : เค้าชอบฉันน่ะค่ะ

MC : ฮ่าๆๆๆ เดี๋ยวก็เกิดประเด็นน่าสงสัยแปลกๆขึ้นมาหรอก
สุไก : ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ! เนอะ (มองตา)
ฮาบุ : หึหึ (มองด้วยสายตาเย็นชา)
สุไก : บางทีฮาบุจังก็โดะS(ซาดิสม์)ค่ะ!
ฮาบุ : หรอ?
สุไก : แบบนี้แหละ เวลาจะขอความเห็นอะไร ก็จะชอบทำหน้านิ่งๆใส่ "แล้วไง?” ประมาณนี้กลับมาบ่อยๆค่ะ
ฮาบุ : ก็เวลายุกก้าทำหน้างอนน่ารักอ่ะค่ะ เลยเผลอทำตัวซึนใส่

MC : ทั้งคู่มีจุดร่วมอะไรกันบ้าง
สุไก : ฉันมีเรื่องที่อยากทำตามฮาบุจังเยอะแยะค่ะ เธอเป็นคนแต่งตัวดี รสนิยมก็ดี แต่งหน้าเก่ง เป็นผู้หญิงสูง เพราะฉันเป็นพวกใส่ชุดวอร์มขี่จักรยานกลับบ้านน่ะค่ะ
ฮาบุ : ก่อนจะเข้าวงฉันก็ใส่ชุดวอร์มประจำค่ะ แต่พอดูโนกิซากะแล้วก็รู้สึกตัวขึ้นมาว่าต่อไปนี้จะเป็นฝ่ายถูกมองแล้วนะ จะต้องแต่งตัวให้มันดีๆหน่อย
สุไก : พออยู่ด้วยกัน ฉันเองก็ถูกกระตุ้นให้ขัดเกลาความเป็นผู้หญิงเพิ่มขึ้นมาค่ะ
ฮาบุ : ส่วนยุกก้า เธอเป็นคนที่มีสกิลการพูดสูงค่ะ การเลือกใช้คำก็สุภาพมากๆ
สุไก : งั้นเหรอ
ฮาบุ : อีกอย่าง เธอจะกลับไปเขียนบล็อกทุกวันไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนก็ตาม เป็นคนขยันมากๆ

MC : สุไกซังอายุมากกว่า2ปีใช่มั้ย?
ฮาบุ : แต่แทบไม่รู้สึกว่าอายุต่างกันเลย อย่างกับอายุเราเท่ากันแน่ะ
สุไก : คุยกันแบบตรงไปตรงมาเลยค่ะ

MC : จูนคลื่นได้ตรงกัน?
ฮาบุ : พออยู่ด้วยกันก็ไม่ต้องเกรงใจอะไร ชอบอนิเมเหมือนกันด้วย
สุไก : ฉันก็ชอบอนิเมค่ะ
ฮาบุ : เร็วๆนี้ก็ไปดูหนังอนิเมะเรื่องFree!มาด้วยกันค่ะ ไม่รู้จะไปดูกับใครเลยชวนยุกก้าไปด้วยกัน
สุไก : ฉันเคยดูเรื่องนี้ถึงแค่ตอนที่3ค่ะ
ฮาบุ : เพราะงั้นก่อนไปดูหนัง เลยต้องให้ดูอนิเมให้จบก่อนค่ะ
สุไก : ฮาบุจังบอกว่า "ไม่มีเวลาแล้วรีบๆดูซะ" ฉันเลยต้องมาศึกษาเองค่ะ

MC : Sนะครับ
สุไก : แล้วก็ ไปคาราโอเกะกันประจำเนอะ ถูกชวนไปบ่อยอยู่เหมือนกัน
ฮาบุ : ยังไม่เคยไปด้วยกัน2คนค่ะ ไปกับเมมเบอร์คนอื่นๆประจำ
สุไก : ไปกับฮิราเทะจังกับเบริสะจัง ไปร้องเพลงSeifuku no Manequinne บ้าง เพลง Kimi no Na wa Kibouบ้าง
ฮาบุ : ฉันชอบเพลง Sekkachi na Katatsumuri ค่ะ เวลาร้องก็จะให้ร้องคนละท่อนสลับกันไป
สุไก : ฉันชอบเพลง Kakumei no Uma (ม้าจอมปฏิวัติ) ค่ะ
ฮาบุ : ว่าแล้วเชียว เพราะชอบม้าใช่มั้ยล่ะ
สุไก : ทำนองเพราะต่างหากล่ะ ถึงชอบ
ฮาบุ : นอกจากนี้ก็ร้องเพลงวอคัลลอยด์กับเพลงอนิเมค่ะ

MC : ทั้งคู่ชอบอนิเมแบบนี้ แล้วชอบคอสเพลย์มั้ย?
ฮาบุ : ทำเป็นงานอดิเรกค่ะ ยุกก้าก็เคยคอสเพลย์เหมือนกันเนอะ
สุไก : เคยคอสจนถึงม.ปลายค่ะ ช่วงนี้ไม่ได้คอสแล้ว

MC : ทั้งคู่ดูเหมาะกับคอสเพลย์ดีนะ
ฮาบุ : ฉันเคยคอสเซเลอร์มูนกับคากามิเนะรินในวอคัลลอยด์แล้วอัพลงบล็อกด้วยค่ะ
สุไก : ฉันมีชุดของโฮมุระจังกับมามิจังจากเรื่อง Mahou Shoujo Madoka Magica แล้วก็ชอบถือดาบจากผ่าพิภพไททันตอนใส่กางเกงที่ใช้ขี่ม้าค่ะ
ฮาบุ : ทำยังไงอะ
สุไก : ก็ตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน ก็จะลองโพสท่าดู แค่นั้นแหละค่ะ

MC : อายเวลาคนอื่นมองสินะครับ
สุไก : และก็ชอบอาร์มิน(ตัวละครอีกตัวจากเรื่องผ่าพิภพไททัน)ด้วยค่ะ เอาวิกผมทองมาใส่บ้าง เอาผ้าพันแผลมาพันตัวบ้าง
ฮาบุ : ระดับสูงเหมือนกันนะ คราวหน้าก็อยากถ่ายรูปเรา2คนคอสเพลย์บ้างเนอะ
สุไก : อืม แล้วก็อยากลองคอสเพลย์ไปงานจับมือด้วย
ฮาบุ : ดีดี น่าสนุกนะ!
สุไก : ถ้าได้ทำจริงๆก็ดีเนอะ อยากให้แฟนๆตั้งตารอด้วยนะคะ


MC : ชุดยูนิฟอร์มใหม่เท่มากเลยนะครับ ยังกับหลุดออกมาจากโลกอนิเมเลยแหละ
สุไก : ชอบมากเลยค่ะ
ฮาบุ : พอเห็นชุดครั้งแรก ทุกคนก็กรี๊ดดีใจออกมากันเลย
สุไก : อืม คึกคักมาก
ฮาบุ : ดีไซน์ก็แตกต่างกันด้วย เส้นตรงอกเสื้อจะมี2แบบทั้งสีเขียวกับสีทอง
สุไก : แบ่งตามอายุค่ะ
ฮาบุ : พวกเราที่อายุเยอะก็จะใส่สีเขียว ส่วนคนอายุน้อยจะใส่สีทอง
สุไก : ได้ใส่ชุดนั้นเต้นเพลงเดบิว ดีใจสุดๆไปเลยเนอะ



MC : เพลงเดบิวคือเพลง "Silent Majority” ใช่มั้ยครับ
สุไก : เนื้อร้องและทำนองเท่มากค่ะ โดยเฉพาะความหมายของเนื้อเพลง ได้อ่านครั้งแรกก็ขนลุกเลยค่ะ
ฮาบุ : ตัวสั่นเลยจริงๆค่ะ ท่าเต้นก็ใช้พลังเยอะ แถมยังรุนแรงค่ะ
สุไก : ได้คุณทาคาฮิโระซึ่งเป็นสุดยอดนักเต้นของโลกมาช่วยออกแบบท่าเต้นด้วยค่ะ ท่าเต้นก็ยากเหมือนกับที่คิดไว้จริงๆ อยากให้ทุกคนสังเกตท่าเต้นด้วยว่าจุดเล็กๆมันก็แอบเชื่อมโยงกับความหมายในเนื้อเพลง

MC : อัดเสียงครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง?
สุไก : เพราะเพลงมีความหมายอัดแน่นอยู่ เลยตั้งใจร้องเพื่อให้ส่งไปถึงทุกคนให้ได้ค่ะ
ฮาบุ : ฉันคิดมาตลอดว่าเป็นคนเสียงต่ำ แต่เพื่อนๆกลับบอกว่าฉันเสียงสูง เพิ่งรู้ตัวเหมือนกัน
สุไก : ฮาบุจังสามารถขึ้นไปแตะคีย์สูงได้โดยไม่ต้องใช้เสียงหลบ ซึ่งดีมากเลยค่ะ
ฮาบุ : เสียงยุกก้าก็เพราะนะ

MC : MVก็เท่เหมือนกันนะ
ฮาบุ : เราแสดงโดยไม่ยิ้มเลยแม้แต่นิดเดียวน่ะค่ะ
สุไก : ฮิราเทะจังที่เป็นเซ็นเตอร์เท่มากๆเลยค่ะ ฉันยืนอยู่ข้างหลังยังเห็นแผ่นหลังเธอสว่างจ้าไปหมด
ฮาบุ : ออร่าสุดยอดเลยเนอะ ตอนถ่ายทำที่หน้าสถานีชิบุยะตอนนั้นค่อนข้างหนาวทีเดียวค่ะ
สุไก : ตอนนั้นเนรุจังก็มาด้วยเนอะ เอาแผ่นร้อนมาให้ เอาซุปอุ่นๆมาแจก
ฮาบุ : เนรุจังใจดีจริงๆเนอะ

MC : ซิงเกิ้ลนี้ทั้งคู่ยืนอยู่แถว2ใช่มั้ยล่ะครับ
สุไก : ข้างๆเป็นชิดะมานากะจังกับวาตานาเบะริสะจัง โดนสาวเงียบ2คนประกบค่ะ
ฮาบุ : เอาคนสูงมาขนาบค่ะ

MC : เจ็บใจที่ไม่ถูกเลือกเป็นเซ็นเตอร์มั้ย
ฮาบุ : เจ็บใจค่ะ ไม่ได้อยู่ตรงกลางแถว2ด้วย ได้อยู่ริมแทน เลยคิดว่าเพื่อให้แถวสมดุลเพราะฉันตัวสูงค่ะ
สุไก : ตอนเปิดตัวครั้งแรกได้ยืนริมสุดแถวหลังสุด ตอนออกรายการเคยาคาเคก็อยู่ริมสุดแถวหลังสุดเหมือนกัน ตอนออกรายการเพลงก็อยู่แถว3 มันน่าเจ็บใจมากๆเลยค่ะ รู้สึกว่าระยะห่างกับแถว2มันช่างห่างไกลจังเลยนะ แต่พอครั้งนี้ได้มาอยู่แถว2 ก็เจ็บใจอยู่ดี แต่ก็ดีใจมากเช่นกัน แต่แค่นี้ก็ไม่พอใจหรอกค่ะ ต่อไปต้องก้าวไปข้างหน้าให้ได้
ฮาบุ : ต้องพยายามให้มากขึ้น อยากจะก้าวไปข้างหน้าอีกค่ะ
สุไก : ตอนประกาศซบส. โอเซกิส่งเมล์มาบอกว่า "ถึงฉันจะเต้นไม่ได้เรื่อง แต่จะพยายามเพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วงทุกคนค่ะ ฝากตัวด้วยค่ะ มาสร้างแถวสองที่แข็งแกร่งที่สุดกันเถอะ" ฉันเลยจะพยายามเพื่อให้ค้นหาความหมายของตำแหน่งที่ยืนอยู่ในแถว2เจอให้จนได้ค่ะ

MC : ต่อไปคงจะได้เห็นเคยากิซากะ46บ่อยขึ้น อยากจะให้วงแสดงออกไปในทิศทางไหนครับ
สุไก : ตอนนี้ทุกคนยังกล้าๆกลัวๆกันอยู่ ความกระตือรือร้นยังมีไม่มากพอ เลยทำให้ทุกคนไม่กล้าแสดงความเป็นตัวเองไปได้อย่างเต็มที่ แต่ทุกคนทั้ง21คนต่างมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนค่ะ ถ้าได้ส่งมันออกไปมากขึ้นก็คงจะดีนะคะ

MC : สามารถแสดงความเป็นตัวเองได้ผ่านทางบล็อกกับงานจับมือสินะครับ
สุไก : ที่ผ่านมาก็มีงานจับมือเล็กๆที่โอซาก้ากับนาโกย่าด้วยค่ะ สนุกมากๆ
ฮาบุ : ทั้งๆที่ประกาศก่อนหน้าแค่วันเดียว ก็ยังมีคนดั้นด้นมาหาเราถึงที่
สุไก : พวกเราไปที่นาโกย่า ได้เจอแฟนๆที่เป็นชาวท้องถิ่นเยอะมากๆค่ะ
ฮาบุ : มีผู้หญิงมางานจับมือด้วยค่ะ บอกว่าต่อไปจะคอยเชียร์พวกเราด้วย

MC : จะไม่ยอมแพ้เรื่องการจับมือใช่มั้ย?
สุไก : จะพยายามเพื่อเป็นคามิไทโอให้ได้ค่ะ (เทพงานจับมือ)
ฮาบุ : ตอนงานจับมือที่นาโกย่า ยุกก้าที่อยู่ข้างๆชอบเคลื่อนที่มาใกล้ฉันเรื่อยๆค่ะ
สุไก : รู้ตัวอีกทีก็ไปยืนข้างฮาบุจังซะงั้น

MC : ที่ขยับเพราะไม่อยากจะปล่อยมือจากแฟนๆสินะครับ
สุไก : เวลานิดเดียวยังคุยกันไม่พอเลยค่ะ ไม่อยากจะคุยกันแค่คำเดียว อยากจะคุยกับทุกคนให้มากกว่านี้
ฮาบุ : คนที่มาจับมือจะชอบบอกว่า "สูงจังเนอะ" "แบ่งความสูงให้มั่งสิ" อยากเทียบความสูงกับแฟนๆทุกคนค่ะ

MC : คนที่อ่านบทสัมภาษณ์นี้อาจจะคาดหวังให้ฮาบุซังซึนใส่ก็ได้นะครับ
ฮาบุ : หุหุ แต่ก็Sใส่ยุกก้าเสมอนะคะ

สุไก : โอ๊ยย~

3.19.2559

แปลเพลง Keyakizaka46 ซิงเกิลแรกทั้งหมด


サイレントマジョリティー


人が溢れた交差点を どこへ行く?(押し流され)
ผู้คนที่เบียดเสียดกันกลางสี่แยก พวกเขาไปจะที่ใดกันนะ (โดนเบียดไหลตามกันไป)

似たような服を着て 似たような表情で
สวมเสื้อผ้าที่คล้ายกัน แสดงอารมณ์ออกมาคล้ายกัน

群れの中に紛れるように 歩いてる(疑わずに)
เดินกลมกลืนไปกับฝูงคนมากมาย (โดยไร้ข้อสงสัย)

誰かと違うことに 何をためらうのだろう
การที่แตกต่างกับคนอื่น จะมัวลังเลอะไรล่ะ

先行く人が振り返り 列を乱すなと
คนที่เดินนำหน้าหันมาบอกว่าอย่าแตกแถวสิ

ルールを説くけど その目は死んでいる
เขาบอกกฏกติกาด้วยแววตาที่ไร้อารมณ์ใดๆ

君は君らしく生きて行く自由があるんだ
เธอมีอิสระที่จะใช้ชีวิตในแบบของเธอเอง

大人たちに支配されるな
อย่าให้พวกผู้ใหญ่เข้ามากำหนด

初めから そうあきらめてしまったら
ถ้ายอมแพ้ตั้งแต่ต้นแล้ว

僕らは何のために生まれたのか?พวกเราจะเกิดมาเพื่ออะไรกัน


夢を見ることは時には孤独にもなるよ
การมีความฝันบางครั้งมันก็โดดเดี่ยว

誰もいない道を進むんだ
เดินไปในทางที่ไม่มีใครเลยสักคน

この世界は群れていても始まらない
โลกใบนี้ถ้าเราอยู่รวมกันแบบนี้ ก็ไม่มีอะไรเริ่มต้นหรอกนะ

Yesでいいのか? サイレントマジョリティー
พูดว่า"ใช่"ออกไปเลยดีมั้ย ส่งพลังเงียบออกไป

どこかの国の大統領が 言っていた(曲解して)
ประธานาธิบดีประเทศหนึ่งได้กล่าวเอาไว้ว่า (ด้วยการบิดเบือน)

声を上げない者たちは 賛成していると…
คนที่ไม่ออกเสียงคือคนที่เห็นด้วย

選べることが大事なんだ 人に任せるな
เพราะการเลือกเป็นสิ่งที่สำคัญ อย่ายกหน้าที่นี้ให้คนอื่นไป

行動しなければ Noと伝わらない
ถ้าไม่ทำอะไรออกไปสักอย่าง คำว่า"ไม่"ก็ส่งไปไม่ถึงหรอกนะ


君は君らしくやりたいことをやるだけさ
เธอแค่ทำในสิ่งที่อยากทำในแบบของเธอเองก็พอ

One of themに成り下がるな
อย่าลดค่าตัวเองด้วยการเข้าไปเป็นหนึ่งในพวกนั้น

ここにいる人の数だけ道はある
จำนวนผู้คนที่อยู่ตรงนี้ก็มีทางของพวกเขา

自分の夢の方に歩けばいい
แค่เดินตามทางความฝันของตัวเองไปก็พอ

見栄やプライドの鎖に繋がれたような
การผูกรูปลักษณ์ไว้กับโซ่ตรวนเกียรติยศ

つまらない大人は置いて行け
แบบผู้ใหญ่ที่น่าเบื่อนั้น ทิ้งไว้แล้วออกไปซะ

さあ未来は君たちのためにある
มีอนาคตเพื่อพวกเธอทุกคนรออยู่

No!と言いなよ! サイレントマジョリティー
ใช้พลังเงียบบอกว่า"ไม่!"ออกไปสิ

誰かの後 ついて行けば
ถ้าเราเอาแต่เดินตามหลังใครไปเรื่อยๆ

傷つかないけど
ก็จะไม่เจ็บปวด

その群れが 総意だと
แต่ความคิดเห็นของเรา

ひとまとめにされる
ก็จะถูกรวมเข้าไปในฝูงชน

- - - - - - - - - - - - - - - - -



キミガイナイ



長い夜は口を閉ざし 星も見えず 月は雲に隠れてる
ค่ำคืนที่ยาวนานไร้สุ้มเสียง เมฆบดบังดวงจันทร์ มองไม่เห็นดวงดาว

誰かが聴いているのだろう マーラーの憂鬱な交響曲
จะมีใครได้ยินบทเพลงที่แสนเศร้าของMahlerบ้างมั้ยนะ

今 心は すべてが空っぽ ただ 時間が過ぎてしまえばいい
ขณะนี้หัวใจฉันว่างเปล่า ได้แค่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ

君のいないこんな世界 想像よりももっと 退屈だった
โลกที่ไม่มีเธออยู่ มันเหนื่อยกว่าที่ฉันเคยจินตนาการไว้จริงๆ


些細なことで喧嘩をして だけど二人 意地張って
ทั้งที่เราทะเลาะกันแค่เรื่องเล็กน้อย แต่เราสองคนถือทิฐิใส่กัน

謝らずに家に帰り 頭 冴えたままで眠れない
ไม่มีคำขอโทษ ในหัวร้อนรนเสียจนนอนไม่หลับ

つけっぱなしのパソコンさえ 触る気になれずログアウト
กดออกคอมที่เปิดค้างไว้ไม่มีอารมณ์อยากจะแตะต้อง

ベッドの上で天井を見てる
จ้องมองเพดานบนเตียงนอนไปเรื่อยๆ


本当の 孤独は 誰もいないことじゃなく
ความโดดเดี่ยวที่แท้จริง ไม่ใช่ว่าไม่มีใครเลย

誰かがいるはずなのに 一人にされてる この状況
แต่เป็นการที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวทั้งๆที่ควรจะมีคนอยู่เคียงข้าง เหมือนฉันในตอนนี้


こんな夜は息を潜め 灯りつけず 闇の中で目を開く
ฉันกลั้นหายใจ ลืมตาค้างในความมืดมิดไม่มีแสงไฟ

壁の向こう側の気配 隣人もまだ起きてるのだろう
คลับคล้ายว่าเพื่อนข้างห้องคงจะยังไม่ได้นอนเหมือนกัน

もう 今さら 電話したくない ふと 愚かな自分が嫌になる
ป่านนี้แล้วก็ยังไม่อยากจะโทรไปหา เกลียดความน่าสมเพชของตัวเองแบบนี้

君のいないこんな宇宙 枕を投げて叫ぶ 消えてなくなれ!
ฉันเขวี้ยงหมอนกรีดร้องในจักรวาลที่ไม่มีเธอแบบนี้ “อย่าหายไปแบบนี้สิ!”


どうしてだろう 喉が渇く 猫も寝ているキッチンで
แมวนอนที่ห้องครัว ทำไมกันนะฉันถึงคอแห้ง

ミルクを飲んだら寂しくなった
พอได้ดื่มนมแล้วก็รู้สึกเหงาขึ้นมา


やがて空が白み始め 鳥が鳴いて 人は誰も目を覚ます
ไม่นานท้องฟ้าก็เริ่มกลายเป็นสีขาว นกเริ่มร้อง ใครๆเขาก็เริ่มตื่นนอนกัน

どんな甘い夢も消えて 現実の歯車が動く
ฝันดีแค่ไหนก็จบลง ก้าวไปสู่ฟันเฟืองแห่งความเป็นจริง

さあ これからどうすればいいか? ほら 朝陽が眩しく思えるよ
เอาละ ต่อไปจะทำอะไรดี อาทิตย์ยามเช้าก็สว่างจ้าเสียเหลือเกิน

君がいればどんな日でも 何とか生きて行ける 今日は楽しい
ถ้ามีเธออยู่ข้างๆ ไม่ว่าวันไหนก็มีชีวิตต่อไปได้ วันนี้ก็มีความสุข


愛しているとわかってても それと別の話 ここからは
แม้จะรู้ว่าฉันยังรักเธออยู่ แต่เรื่องราวต่อจากนี้ไปจะไม่เหมือนเดิม

お互い 何にも見えないだろう
คงไม่เห็นความสัมพันธ์อีกต่อไป


僕は僕で 君は君で
ฉันก็เป็นฉัน เธอก็เป็นเธอ

ボクガイテモ キミガイナイ
ฉันยังอยู่ที่เดิมแม้ไม่มีเธอแล้ว


イマ コノセカイニ
ในโลกตอนนี้

ナゼ キミガイナイ? AH-
ทำไมถึงไม่มีเธออยู่นะ?

- - - - - - - - - - - - - - -


山手線


割れてる鏡を覗くように
ฉันจ้องมองตัวเองในกระจกที่ร้าว

私は私のことがよくわからない
ฉันไม่เข้าใจตัวเองดีสักเท่าไหร่

大事な何かが欠けてるのは
สิ่งสำคัญที่ฉันขาดไป

素直になれない自分のせいだと思う
เป็นความผิดของฉันเองที่ไม่ยอมเชื่อฟัง

山手線 一人きりでぐるり回ってた
ฉันนั่งวนบนรถไฟสายยามาโนเตะเพียงคนเดียว

どこで降りれば 愛に逢えるの?
ถ้าฉันลงที่ไหนสักแห่ง ฉันจะได้พบความรักมั้ยนะ

同じような駅のホーム 迷ってる
ฉันสับสนในชานชาลาของแต่ละสถานีที่คล้ายๆกัน

ドアが開いても 見ているだけで
พอเปิดตูเปิดออกก็ได้เพียงแค่มองเท่านั้น

心は一歩も 動けない
หัวใจของฉันก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว

悲しくなる度 電車に乗る
เวลาที่เสียใจ ก็จะขึ้นรถไฟ

誰もが無関心で気が楽だから
เพราะสะดวกใจที่ไม่มีใครมาคอยสนใจฉัน

学校行っても居場所がない
แม้จะไปโรงเรียนแต่ก็ไม่มีที่ยืน

私はどうしてこの世に生まれたのだろう
ทำไมฉันถึงเกิดมาบนโลกนี้กันนะ

窓の景色 おでこをつけながら眺めてた
ฉันพิงหน้าผากกับหน้าต่างรถไฟ มองวิวต้นไม้ริมทาง

どこで降りれば 正しいのかな?
ฉันลงสถานีไหนถึงจะถูกต้องนะ

いつの間にか 乗り込んでた 青春に
รู้ตัวอีกทีก็เข้าสู่ช่วงชีวิตวัยรุ่นแล้ว

何をしたいか 見つからなくて
ยังค้นหาไม่เจอว่าจริงๆอยากจะทำอะไร

決まったレールを 走ってる
ทำได้แค่วิ่งไปเรื่อยๆตามเส้นทางที่กำหนดไว้แล้ว

このまま何周すれば 大人になれるのでしょう?
วนไปอย่างนี้อีกกี่รอบถึงจะกลายเป็นผู้ใหญ่สักทีนะ

孤独からの降り方を 教えて欲しい
ช่วยสอนวิธีการลงจากรถไฟให้ฉันที เพราะฉันอยู่อย่างโดดเดี่ยว

次の駅で…
ที่สถานีถัดไป....


- - - - - - - - - - - - - - - -



渋谷川



君は知ってるかい? 渋谷川って…
เธอรู้จักคลองชิบุย่ามั้ย

名前を聞いても ピンと来ないだろう
แค่ได้ยินชื่อก็คงจะนึกไม่ออกแน่ๆ

忘れられたように 都会の隅で
อยู่ในมุมหนึ่งในเมืองที่ๆทุกคนลืมไปแล้ว

それでも確かに せせらぎ続ける
ถึงจะอย่างนั้นฉันจะขอพูดต่อไปเรื่อยๆ

まるで僕の 君への想い
เพราะนั่นคือที่ที่ฉันจะคิดถึงเธอ


他愛ない話をして バス通りを歩きながら
ระหว่างที่พูดเรื่องเรื่อยเปื่อยบนถนนสายที่รถเมล์วิ่งผ่าน

古川橋 その近くで 僕はなぜだか 切なくなるよ
เห็นเธอที่ใกล้ๆสะพานฟุรุคาวะ ทำไมถึงเจ็บปวดขึ้นมา


愛しさは胸にしまい込んで(しまい込んで)
ความรักที่อัดแน่นอยู่เต็มอก (อัดแน่นอยู่เต็ม)

少しだけ君と距離を置いた(距離を置いた)
ทิ้งระยะห่างกับเธอไว้แค่นิดเดียว (ทิ้งระยะห่างไว้)

ひっそり流れる そう 目立たない日々
ดำเนินไปแบบนี้ทุกๆวันทำตัวไม่ให้เป็นจุดเด่น

誰も気づいてないこの渋谷川
คลองชิบุย่าที่ไม่มีใครรู้จัก

涸れることもなく ずっと変わらぬまま
ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย น้ำในคลองไม่เคยแห้งเหือด

人の暮らしの中で 汚れた水も
น้ำเสียที่มาจากผู้คน

溢れた涙も 海へと運ぶよ
คลองนี้จะนำพาไปสู่ทะเล รวมทั้งน้ำตาที่เอ่อล้นด้วย

恋のかけら どこへと向かう?แล้วชิ้นส่วนของความรัก จะมุ่งไปที่แห่งใดกัน?


恵比寿橋まで笑いながら
ฉันหัวเราะไปพลางๆจนเดินมาถึงสะพานเอบิสุ

あっという間に着いてしまった
รู้ตัวอีกทีก็เดินมาถึงเสียแล้ว


友達の二人でいた方が(友達で)
ถ้าเราสองคนเป็นเพื่อนกัน (เป็นเพียงเพื่อน)

長続きできるならそれでいい(それでいい)
แบบนี้ไปนานๆก็เพียงพอแล้ว (เพียงพอแล้ว)

密かに願うよ そう 永遠の恋
แต่ลึกๆก็แอบหวังอยู่เหมือนกันว่าขอให้เป็นความรักตลอดกาล

いつまでも いつまでも
ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม

時が過ぎて景色から消えても
เวลาผ่านไปแค่ไหน วิวทิวทัศน์รอบข้างจะหายไปหมดก็ตาม

関係は途絶えることなく…
แต่ความสัมพันธ์ของเราจะไม่มีวันสิ้นสุดลง

誰も気づいてない 渋谷川って…
คลองชิบุย่าที่ไม่มีใครรู้จัก...

涸れることもなく ずっと変わらぬまま
ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย น้ำในคลองไม่เคยแห้งเหือด

人の暮らしの中で 汚れた水も
น้ำเสียที่มาจากผู้คน

溢れた涙も Ah…
รวมทั้งน้ำตาที่เอ่อล้นด้วย...

君は知ってるかい? あの渋谷川
เธอรู้จักคลองชิบุย่ามั้ย

少しでいいから 思い出して欲しい
ช่วยนึกให้ออกหน่อยสิ แค่นิดเดียวก็ได้

いつも君と僕が 歩いた道の
ทางที่เราสองคนเคยเดินด้วยกันบ่อยๆ

近くを流れる 川があるように
สายน้ำที่ไหลอยู่ในคลอง

ずっと 僕は 愛し続ける
เหมือนความรักของฉันที่ไหลไปไม่สิ้นสุด
ラララ…

- - - - - - - - - - - - - - - -


乗り遅れたバス



ごめん 一人だけ 遅れたみたい
โทษที ที่มีแค่ฉันคนเดียวที่มาสาย

あの場所に 誰もいなくて
แต่ที่นั่นกลับไม่มีใครอยู่เลย

どこへ行ったらいいのかなんて わからなかった
จะไปไหนต่อดี ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

片道の夢 手に持ったまま 坂の途中で 途方に暮れた
ฉันหลงทางระหว่างปีนขึ้นทางชัน ในความฝันที่ไม่สามารถถอยหลังได้อีก

風が過ぎた街は 音も消えたみたいで
เมืองที่สายลมพัดผ่านไร้เสียงใดๆ

君に掛ける言葉が 僕には見つからなかった
ฉันไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดกับฉัน

できることなら 時間(とき)を戻し 一緒に行きたかったけど
ถ้าย้อนเวลาไปได้ก็อยากจะไปด้วยกันกับเธอ

欅坂 向かうバスは もう先に出てしまった
แต่ว่ารถเมล์ที่มุ่งหน้าไปเคยากิซากะดันออกไปเสียก่อน

だから 一人きり 歩き始める
เพราะฉันนั้นจึงมีแค่ฉันคนเดียวที่เริ่มออกเดิน

みんなとは 違う道順
ทุกคนมุ่งไปในวิธีการที่ต่างกับฉัน

だって今さら追いかけたって 間に合わないよ
แต่ถ้าเริ่มวิ่งตามตอนนี้คงจะตามไปไม่ทันแล้ว

私の未来 自分で探して いつかどこかで 合流しよう
จะตามหาอนาคตของฉันด้วยตัวฉันเอง แล้วสักวันหนึ่งเราจะได้เจอกันที่ไหนสักแห่ง


風の向きを探し 空に伸ばした掌
เหยียดมือขึ้นท้องฟ้า ค้นหาทิศทางที่สายลมพัดไป

何かに触れたみたいに 日差しがやさしく感じたよ
เหมือนสัมผัสอะไรได้บางอย่างถึงความอบอุ่นของแสงแดด

見えないものは どこにあるか 確かめにくい思い込み
สิ่งที่ฉันมองไม่เห็นนั้นมันอยู่ที่ไหน ความเพ้อฝันที่เป็นไปได้ยากนั้น

憧れた遠い夢は 少しずつ近づいてる
แต่ฉันยังเข้าใกล้ความฝันที่อยู่ห่างไกลเรื่อยๆทีละนิด

どの道を行こうと どの坂登ろうと
ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ปีนขึ้นทางชันไหน

溢れ出す汗も 流れた涙も 美しく輝くよ
เหงื่อและหยดน้ำตาที่ไหลมาจะเปล่งประกายงดงาม
ごめん
ขอโทษที


夢はどこかで 繋がるのだろう
ความฝันของเราจะเชื่อมกันที่ไหนสักแห่ง

みんなの 未来は一つ
อนาคตของพวกเราคือหนึ่งเดียวกัน
ラララ…

- - - - - - - - - - - - - - - - - -


手を繋いで帰ろうか



何か誤解させてしまったのかな
ทำอะไรให้เข้าใจผิดไปนะ

みんなに冷やかされて 首を振っただけ Oh
ทุกคนเข้ามาล้อเลียน ฉันก็แค่ส่ายหน้าปฏิเสธไป

だって 誰にも言ってないだろう
แต่ว่าฉันยังไม่ได้พูดอะไรออกไปเลยนะ

君のことをあれこれ聞き出そうとするから
ก็แค่ได้ยินเรื่องนู้นเรื่องนี้เกี่ยวกับเธอ

そう面倒くさくて興味ないふりをして
เพราะงั้นฉันถึงได้ทำเป็นรำคาญ

僕はずっと ソッポ向くしかなかった
ทำเป็นเมินใส่ ไม่สนใจใยดี

だけど 心は集中して君のことを気にしてた
แต่ว่าในใจกลับคิดถึงแต่เรื่องของเธอ

アイスカフェラテの ストローの回し方
วิธีการหมุนหลอดของกาแฟไอซ์ลาเต้นั้น

なぜか 君が不機嫌に見えるよ ごめん
ทำไมฉันถึงคิดว่าเธอช่างวิเศษเหลือเกิน ขอโทษที

やってしまった
พลาดไปเสียแล้ว

手を繋いで帰ろうか 誰かに見られてもいい
จูงมือกลับบ้านด้วยกันมั้ย ใครจะมองเรายังก็ช่างเขา

堂々と街を歩いて 見せびらかそうよ
เดินปกติในเมือง เหมือนอวดให้ใครๆเขาได้เห็น

君と僕はラブラブで 付き合ってるってこと
ว่าเราสองคนคบกันรักกันมากมาย

いつもの二人のように 仲直りしようよ
มาดีกันเหมือนเดิมเหมือนทุกทีกันเถอะนะ

つまらぬ照れ隠しをして 君を傷つけたのなら
ถ้าการที่ฉันซ่อนความเขินอายนี้ทำให้เธอเจ็บปวด

家に帰っちゃう前に 罪滅ぼしさせて
ก่อนกลับบ้าน ฉันจะไม่ทำผิดซ้ำสอง

ぽっかりと空いたハート 何で穴埋めする?
หัวใจที่ล่องลอยอยู่แบบนั้น จะฝังมันด้วยอะไรดีนะ

街角で キスをしよう※
มาจูบกันในมุมหนึ่งในเมืองกันดีกว่า


ふいに君はカフェから出て行ったよ
พอรู้ตัวอีกทีเธอก็ออกมาจากร้านกาแฟซะแล้ว

慌てて僕はすぐに後を追いかけた Oh
ฉันเลยรีบร้อนตามหลังเธอไป

みんな その展開に驚いて
ทุกคนตกใจกับพัฒนาการของฉัน

まずいことを言ったのか? 顔見合わせるけど
เราพูดอะไรไม่ดีออกไปหรือเปล่านะ เรามองหน้ากันและกัน


そうデリカシーがない男友達に
กับเพื่อนผู้ชายที่ไม่มีความละเอียดอ่อนพรรค์นี้

君はマジで怒ってしまったようで
ทำให้เธอโกรธฉันมากจริงๆนะ

僕が名前叫んだって振り向いてもくれない
แม้ว่าฉันจะเรียกเธอยังไงก็ไม่ยอมหันมาสักที

道を渡る時 いつもより早足で
ฉันก้าวเท้าให้เร็วกว่าเดิมตอนเดินข้ามถนน

まさか 君は泣いてるのだろうか? やばい
เธอร้องไห้จริงๆเหรอนี่ แย่แล้ว

話を聞いて!
ช่วยฟังฉันหน่อยเถอะ!

手を繋いで帰ろうよ みんなが向こう側から
มาจูงมือกลับบ้านด้วนกันเถอะ ทุกคนจากอีกฟากหนึ่ง

僕たちを見守っている 視線意識して…
จะคอยมองและปกป้องพวกเรา

こんなくだらない喧嘩 何でもなかったように
ทำเป็นไม่มีเรื่องไร้สาระที่เราทะเลาะกันเกิดขึ้น

このままどこまでも 歩いて行こうよ
แล้วเดินด้วยกันแบบนี้ตลอดไป

どんな噂 立てられても 他人(ひと)も羨むくらいに…
ต่อให้มีข่าวลือออกมาแบบไหน คนอื่นเขาก็แค่อิจฉา

僕をもう一度信じて もっと近くにおいでよ
ช่วยเชื่อมั่นในตัวของฉันอีกสักครั้ง เข้ามาใกล้อีกนิด

言葉じゃわからないのなら こうするしかないね
ถ้าพูดออกไปแล้วไม่เข้าไป คงมีแต่ต้องทำแบบนี้เท่านั้น

今ここで キスをしよう
จูบกันที่นี่ตรงนี้เลย


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -